krishdev

ทำ

หลาย repo หลาย session

ผมใช้ Linux อยู่กับ tmux และ Terminator มาหลายปี มันไม่ได้แย่ และมันก็โชว์ folder ได้อยู่แล้ว แต่พอมี Claude Code หลาย session หลาย project พร้อมกัน ผมเริ่มอยากได้ terminal ที่มองทีเดียวรู้ว่า session ไหนคืองานอะไร

เมล็ดอ่าน 3 นาที

ผมใช้ Linux เป็นเครื่องหลักมานานมาก

terminal ที่อยู่กับผมมาหลายปีคือ tmux กับ Terminator

มันไม่ได้แย่เลย

จริงๆ ต้องบอกว่ามันดีมากด้วยซ้ำ

ผมใช้มันทำงานจริงมานาน แบ่ง pane เปิดหลาย project ssh เข้า server ดู log รัน command ทุกอย่างทำได้หมด

ปัญหาที่ผมเจอไม่ใช่ว่า tmux หรือ Terminator ไม่บอกว่าผมอยู่ folder ไหน

มันบอกอยู่แล้ว

prompt ก็โชว์ path ได้

git branch ก็โชว์ได้

tmux เองก็ตั้งชื่อ session หรือ window ได้ถ้าอยากตั้ง

แต่พอช่วงหลังผมใช้ Claude Code กับหลาย project พร้อมกัน ปัญหามันไม่ใช่เรื่องข้อมูลไม่มี

ปัญหาคือข้อมูลมันไม่เด่นพอ

ผมต้องมองหาเอง

ต้องจำเอง

ต้องจัดเอง

และพอเปิดไว้หลายอันพร้อมกัน มันเริ่มเสียเวลา

งานเยอะขึ้นใน terminal

เมื่อก่อน terminal เป็นที่ที่ผมเข้าไปทำงานเอง

เปิด project หนึ่ง

แก้ไฟล์

รัน test

ดู diff

จบแล้วก็ไปอีก project

แต่ตอนนี้ terminal หลายอันกลายเป็นพื้นที่ทำงานของ agent ด้วย

อันหนึ่งมี Claude Code กำลังแก้ไฟล์

อันหนึ่งมี Codex อยู่ในอีก repo

อันหนึ่งเปิดไว้เขียน content

อันหนึ่งรอ approve command

อันหนึ่งเป็น Obsidian

อันหนึ่งเป็นเว็บหลักของ Vibecoding

ถ้าเปิดแค่ 1 หรือ 2 อัน ผมยังจำได้

แต่พอเปิดไว้หลายอัน แล้วแต่ละอันมีงานค้างอยู่คนละแบบ ผมเริ่มต้องใช้เวลาสแกนก่อนทุกครั้ง

อันนี้ folder ไหน

อันนี้กำลังทำงานอะไร

อันนี้ควรกลับมาต่อไหม

อันนี้รอผมหรือยังทำอยู่

ไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่เป็นเรื่องเล็กที่เกิดซ้ำทั้งวัน

สิ่งที่ terminal เดิมทำได้ แต่ยังไม่พอ

tmux กับ Terminator ทำให้ผมแบ่งพื้นที่ทำงานได้ดีมาก

แต่สิ่งที่ผมเริ่มอยากได้ คือภาพรวมที่มองแล้วรู้ทันทีว่า session ไหนคืองานอะไร

ไม่ใช่แค่ prompt ด้านล่างที่บอก path

ไม่ใช่แค่ tab title ที่ต้องตั้งเองและไม่ได้เด่นมาก

แต่เป็นรายการ session ที่อยู่ด้านซ้ายตลอดเวลา

แต่ละอันมีชื่อของมัน

มีสีของมัน

เห็นแล้วรู้เลยว่าอันนี้คือ Obsidian อันนี้คือ Vibe Coding Platform อันนี้คือ krish.dev อันนี้คือ content

ตรงนี้เป็นเหตุผลที่ผมเริ่มชอบ Warp

ไม่ใช่เพราะมันเป็น terminal ที่ฉลาดที่สุด

แต่เพราะมันทำให้ของที่เปิดค้างอยู่เห็นชัดขึ้น

แถบซ้ายของ Warp

สิ่งที่ผมชอบที่สุดใน Warp ตอนนี้คือแถบซ้าย

Warp ที่มี session หลายอันอยู่ทางซ้าย แต่ละอันตั้งชื่อและใส่สีไว้ให้แยกงานได้ง่ายขึ้น
Warp ที่มี session หลายอันอยู่ทางซ้าย แต่ละอันตั้งชื่อและใส่สีไว้ให้แยกงานได้ง่ายขึ้น

ผมตั้งชื่อ session ได้

ใส่สีได้

แยกงานที่เปิดค้างไว้เป็นรายการได้

พอกลับมาที่เครื่อง ผมไม่ต้องไล่ดูทีละ terminal ว่าอันไหนคืออะไร

ผมดูด้านซ้ายก่อน

ถ้าจะเข้า krish.dev ก็กด krish.dev

ถ้าจะเข้า Obsidian ก็กด Obsidian

ถ้าจะดู session ที่ให้ Claude ทำงานไว้ ก็กดอันนั้น

มันเหมือน terminal มีป้ายชื่อให้แต่ละงาน

เรื่องนี้เล็กมาก

แต่พอมี agent หลายตัวทำงานพร้อมกัน ป้ายชื่อเล็กๆ พวกนี้ช่วยได้จริง

โดยเฉพาะก่อน approve command

ผมอยากรู้ให้ชัดก่อนว่า command นั้นกำลังจะรันในงานไหน

ไม่ใช่เพราะ folder ดูไม่ได้

แต่เพราะผมไม่อยากต้องเดา หรือไล่เช็กใหม่ทุกครั้ง

terminal ในวันที่มี coding agent

ผมเริ่มรู้สึกว่า พอมี coding agent แล้ว terminal ไม่ได้เป็นแค่หน้าต่าง command เหมือนเดิม

มันเริ่มเป็นพื้นที่ของงานหลายชิ้นพร้อมกัน

บางงานผมทำเอง

บางงาน agent ทำอยู่

บางงานรอผม review

บางงานรอผม approve

พอ terminal กลายเป็นแบบนี้ การเห็นภาพรวมสำคัญขึ้น

ผมไม่ได้ต้องการ feature ใหญ่เสมอไป

บางทีผมแค่ต้องการให้ session ที่เปิดอยู่มีชื่อ สี และตำแหน่งที่ชัด

tmux ทำได้หลายอย่างถ้าปรับ config ดีๆ

แต่ Warp ให้สิ่งนี้มาเป็น UI หลักเลย

สำหรับวิธีทำงานตอนนี้ของผม ตรงนี้พอดีกว่า

เรื่องภาษาไทย

เรื่องที่ยังติดอยู่คือภาษาไทย

บนเครื่องผม Warp ยังแสดงภาษาไทยไม่ดี โดยเฉพาะสระบนกับวรรณยุกต์

บางคำสระหาย

บางประโยคยังพอเดาได้ แต่พออ่านนานๆ แล้วเสียสมาธิ

ผมเจอปัญหานี้ชัดตอนใช้ Claude Code แล้วมันตอบภาษาไทยใน terminal

จากที่ดูใน GitHub มี issue #8357 ที่พูดถึงปัญหา tone marks และ upper vowels ของภาษาไทยใน Claude Code บน Warp ตัว issue นั้นรายงานจาก Windows

และมี PR #10357 ที่พูดถึงการแก้ complex-script combining marks โดยตรง รวมถึงฝั่ง Linux/FreeBSD ด้วย

ตอนที่ผมเขียนวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 PR นี้ยังเปิดอยู่ ผมเลยยังนับว่าปัญหานี้ยังไม่จบสำหรับเครื่องผม

ตอนนี้วิธีแก้ชั่วคราวที่ผมใช้คือเปลี่ยน font เป็น Tlwg Typo

ใน Warp เข้า Settings > Appearance > Text แล้วตั้ง Terminal font เป็น Tlwg Typo

หน้า Settings > Appearance > Text ของ Warp ที่ตั้ง Terminal font และ Agent font เป็น Tlwg Typo
หน้า Settings > Appearance > Text ของ Warp ที่ตั้ง Terminal font และ Agent font เป็น Tlwg Typo

ถ้าไม่เห็น font นี้ อาจต้องเปิด View all available system fonts หรือ restart Warp ก่อน

บนเครื่องผม วิธีนี้ทำให้สระกับวรรณยุกต์กลับมาอ่านได้ดีขึ้นพอสมควร

แต่ตรงนี้ยังเป็น workaround มากกว่า

ถ้า Warp แก้เรื่องภาษาไทยใน release ถัดไปได้จริง ผมคงกลับไปลอง font สำหรับ terminal ตัวอื่นที่อ่าน code สบายกว่า

ตอนนี้ใช้ Tlwg Typo ไปก่อน เพราะมันทำให้ทำงานต่อได้

ตอนนี้เลยยังใช้ต่อ

ผมไม่ได้คิดว่าทุกคนต้องย้ายมาใช้ Warp

ถ้าใครใช้ tmux แล้วจัด session ของตัวเองได้ดีอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

ผมเองก็ยังชอบ tmux และ Terminator อยู่

แต่ช่วงนี้งานของผมมีหลาย project หลาย repo หลาย agent และหลาย session เปิดพร้อมกัน

ผมเลยเริ่มให้ค่ากับ terminal ที่ทำให้เห็นของที่เปิดอยู่ชัดขึ้น

ไม่ใช่แค่รู้ว่าอยู่ folder ไหน

แต่รู้ว่า session นี้คืองานอะไร ตั้งใจเปิดไว้ทำไม และควรกลับไปดูเมื่อไหร่

ตอนนี้ Warp ช่วยผมตรงนั้นได้

ก็เลยยังใช้ต่อ