krishdev

ทำ

ผมเริ่มจาก content ไม่ใช่ business plan

Vibecoding Thailand ไม่ได้เริ่มจาก business plan ที่ชัดมาก มันเริ่มจากการเห็น signal ว่าคนสนใจ AI จริง แล้วค่อยๆ ทำ content ที่มีประโยชน์ ก่อนจะค่อยๆ หาทางให้มันเลี้ยงตัวเองได้

กำลังโตอ่าน 2 นาทีเปิดแล้ว 0 ครั้ง

Vibecoding Thailand ไม่ได้เริ่มจาก business plan ที่ชัดมาก

มันเริ่มจากการเห็น signal

ก่อนหน้านั้นผมทำช่อง TikTok หลายแนวมาก

มี mindset

มีเรื่องเงิน

มีพัฒนาตัวเอง

แล้วก็มี AI

ทำไปทำมา AI เป็นหัวข้อที่คนสนใจมากที่สุด ช่องโตเกิน 50k followers

ตรงนั้นทำให้ผมเริ่มเห็นว่า เรื่องนี้มีอะไรบางอย่าง

ไม่ใช่แค่กระแสสั้นๆ แต่เป็น new knowledge ที่คนกำลังอยากเข้าใจ

ผมเลยอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับ AI แต่จริงจังขึ้น มีสาระขึ้น และอยู่ใกล้กับสิ่งที่ผมเป็นมากขึ้น

เพราะผมเป็น developer

Vibecoding Thailand เลยเกิดขึ้นจากตรงนั้น

ไม่ได้ให้ marketing นำทางก่อน

ช่วงหลังผมเริ่มไม่อยากให้ marketing นำทางทุกอย่างตั้งแต่แรก

ไม่ใช่ว่า marketing ไม่สำคัญ

แต่ถ้าผมเริ่มจากคำถามว่า อะไรขายได้ อะไรโตเร็ว อะไรทำเงินได้ก่อน ผมจะหลุดจากสิ่งที่ตัวเองอยากทำง่ายมาก

ธรรมชาติของผมคือ ต้องอยากทำก่อน

ต้องเห็นอะไรบางอย่างก่อน

ต้องรู้สึกว่าเรื่องนี้มี value จริงก่อน

แล้วค่อยๆ ปรับไปหาช่องทางหาเงินทีหลัง

ผมไม่ได้อยากทำของที่ไม่มีคนใช้

แต่ก็ไม่อยากให้เงินเป็นตัวเริ่มต้นของทุกอย่าง

ถ้าเริ่มจากสิ่งที่เราอยากทำ และมันมีประโยชน์กับคนจริงๆ ผมคิดว่ามันน่าจะมีทางทำเงินของมันอยู่

อาจไม่เร็ว

อาจไม่ตรงตั้งแต่วันแรก

แต่ทิศทางมันน่าจะจริงกว่า

content แรกๆ มาจาก AI เยอะมาก

ตอนเริ่มทำ content ของ Vibecoding Thailand ผมไม่ได้ทำทุกอย่างเองแบบ manual ทั้งหมด

หลายชิ้นมาจาก AI เยอะมาก

ผมทำ flow ให้ AI research หัวข้อ

หาข้อมูลเพิ่ม

เขียน draft ให้

ผมเช็กนิดหน่อย แล้ว publish

สำหรับ content ฟรี ผมไม่ได้คิดเยอะมาก

บางทีให้ AI generate เกือบทั้งหมด เพราะสิ่งที่ผมอยากดูคือ signal

คนสนใจเรื่องนี้ไหม

อ่านแล้วมี response ไหม

มี traffic ไหม

มีคน follow ต่อไหม

มันเป็นการทดลองมากกว่าการทำชิ้นงานที่ต้องสมบูรณ์ตั้งแต่แรก

signal ที่ทำให้เริ่มจริงจัง

พอทำไปสักพัก signal เริ่มชัดขึ้น

เว็บเริ่มมี traffic

fanpage มีคน follow เกิน 5,000

X มีคน follow ประมาณ 1,500

ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้ใหญ่มากถ้าเทียบกับ creator คนอื่น

แต่สำหรับสิ่งที่เพิ่งเริ่ม มันมากพอให้ผมรู้สึกว่า คนกำลังมองหาเรื่องนี้อยู่จริง

AI เป็นความรู้ใหม่ที่มี value จริง

และเพราะมันใหม่ คนเลยอยากมีที่เรียน อยากมีหนังสือ อยากมีคนช่วยย่อยให้เข้าใจ

ตรงนี้เป็นจุดที่ content เริ่มต่อไปเป็น product

ไม่ใช่เพราะผมวางแผนไว้ละเอียดตั้งแต่แรก

แต่เพราะ content ทำให้เห็นว่า คนต้องการอะไร

ทดลอง content หลายแนว สัญญาณดังที่ช่อง AI
ทดลอง content หลายแนว สัญญาณดังที่ช่อง AI

content ฟรีกับ content ขายไม่เหมือนกัน

สิ่งหนึ่งที่ผมแยกชัดขึ้นคือ content ฟรีกับ content ขายไม่เหมือนกัน

ถ้าเป็น content ฟรี ผมใช้มันเป็นพื้นที่ทดลองได้

บางชิ้น AI ช่วย generate เยอะมาก

บางชิ้นผมเช็กเร็วๆ แล้วปล่อย

เพราะมันเป็น content ที่เอาไว้เปิดประเด็น ดูความสนใจ และส่ง value แบบเบาๆ

แต่ถ้าเป็น content ขาย ผมทำแบบนั้นไม่ได้

หนังสือหรือคอร์สที่คนจ่ายเงิน ผมต้องอ่านทวนแล้วทวนอีก

ตรงไหนกลัวว่าคนอ่านจะไม่เข้าใจ ผมต้องปรับ

ตรงไหนยากเกินไป ผมต้องหาวิธีอธิบายเพิ่ม

บางเรื่องถึงแม้จะเป็นหนังสือ ผมก็ทำ video สอนเพิ่ม เพราะรู้ว่าตัวหนังสืออย่างเดียวอาจไม่พอ

สำหรับผม คนจ่ายเงินไม่ได้จ่ายเพื่อได้ text เยอะๆ

เขาจ่ายเพื่อให้เราเอาความยุ่งยากบางอย่างออกจากทางของเขา

ถ้าเขาอ่านแล้วทำตามไม่ได้ แปลว่างานยังไม่พอ

ความกลัวที่ยังมีอยู่

เอาจริงๆ ผมยังกลัวอยู่

กลัวว่าคุณภาพมันยังไม่ถึงขนาดนั้น

กลัวว่าสิ่งที่ขายออกไป ยังไม่ได้ดีพอสำหรับคนที่ไว้ใจซื้อ

และอีกอย่างที่กลัวคือ กลัวว่าสุดท้ายตัวเองจะโดน marketing กับเงินครอบงำ

จากที่เริ่มทำเพราะอยากส่ง value

ค่อยๆ กลายเป็นขายของอย่างเดียว

ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

ผมรู้ว่า business ต้องมีรายได้

ผมรู้ว่า content ที่ทำต่อเนื่องต้องมีเงินมาเลี้ยงมัน

แต่ถ้าวันหนึ่งผมเริ่มคิดแต่ conversion, funnel, launch, revenue จนลืมว่าเริ่มจากอะไร ผมก็คงหลุดจากสิ่งที่อยากทำตั้งแต่แรก

สิ่งที่อยากจำไว้

ผมอยากสนุกกับการทำ

ถ้าสิ่งที่ทำมี value กับคนจริงๆ มันก็น่าจะทำเงินได้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

แต่ไม่ควรมุ่งแต่เงินหรือ marketing อย่างเดียว

ต้องมีเวลาหยุด reflect

ต้องมีเวลาพักหลังจากทำอะไรเสร็จ

ต้องมีเวลา explore ลองของใหม่ๆ ที่ออกมาจาก vision ของตัวเอง ไม่ใช่แค่สิ่งที่ตลาดบอกให้ทำ

สำหรับผม นี่อาจเป็นวิธีทำ business ที่ยังไม่คมที่สุด

แต่มันเป็นวิธีที่ผมยังรู้สึกว่าไม่หลุดจากตัวเอง

เริ่มจากสิ่งที่เห็น

ทำ content ที่มีประโยชน์

ฟัง signal จากคนจริง

ค่อยๆ เปลี่ยนบางส่วนให้เป็น product

แล้วกลับมาถามตัวเองเรื่อยๆ ว่า เรายังทำสิ่งนี้เพราะเห็น value ของมันอยู่ไหม