คิด
ตัวเลขไม่มีที่สิ้นสุด แต่ชีวิตมี
เกรด คะแนนการนอน pace ผลตอบแทน และเงินในบัญชี ตัวเลขช่วยให้เราเห็นหลายอย่าง แต่ถ้าไม่รู้ว่ากำลังวัดไปเพื่ออะไร เราอาจเอาเวลาชีวิตที่มีจำกัด ไปแลกกับสิ่งที่ไม่มีวันจบ
กำลังโตอ่าน 2 นาทีเปิดแล้ว 0 ครั้ง
ตัวเลขแรกๆ ที่ใช้วัดเราคือเกรด
ยิ่งสูง ยิ่งดี
พอโตขึ้น ตัวเลขไม่ได้หายไป
มันแค่เปลี่ยนชื่อ
จากเกรดในห้องเรียน กลายเป็นเงินเดือนในที่ทำงาน
จากคะแนนสอบ กลายเป็น performance
จากลำดับในห้อง กลายเป็นตำแหน่งในบริษัท
แม้แต่ชีวิตส่วนตัวก็เริ่มมีตัวเลขเต็มไปหมด
นอนดีไหม ดูจาก sleep score
วิ่งเร็วแค่ไหน ดูจาก pace
ลงทุนเก่งไหม ดูจากผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์
ชีวิตมั่นคงไหม ดูจากเงินในบัญชี
ทำ content ดีแค่ไหน ดูจากยอด view และ follower
ตัวเลขเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
แต่กติกายังเหมือนเดิม
ต้องมากขึ้น
ต้องดีขึ้น
ถ้าเป็นไปได้ ก็ต้องมากกว่าคนอื่นด้วย
ชีวิตที่กลายเป็น dashboard
ผมไม่ได้คิดว่าตัวเลขไม่ดี
ตัวเลขช่วยให้สิ่งที่จับต้องยาก มองเห็นได้ชัดขึ้น และทำให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น
แต่ผมเริ่มสงสัยว่า ตั้งแต่เมื่อไรที่มันเปลี่ยนจากเครื่องมือ มาเป็นเจ้าของชีวิตเรา
เมื่อไรที่เราไม่ได้วิ่งเพราะอยากแข็งแรง แต่วิ่งเพราะอยากให้ pace สวย
ไม่ได้ลงทุนเพื่อความมั่นคง แต่เริ่มเอาผลตอบแทนไปเทียบว่าใครได้มากกว่า
ไม่ได้หาเงินเพื่อเอาไปใช้กับชีวิต แต่เอาชีวิตไปใช้เพื่อให้เงินโต
วันหนึ่งชีวิตที่เคยมีหลายมิติ อาจถูกย่อจนเหลือแค่ dashboard หนึ่งหน้า
มีตัวเลขเต็มไปหมด
แต่เราไม่แน่ใจแล้วว่า ข้างในรู้สึกยังไง
ตัวเลขไม่หมด แต่เวลาหมด
เกรดอาจเต็ม 4
คะแนนการนอนอาจเต็ม 100
แต่พอถึงเพดาน ระบบก็ยื่นตัวเลขตัวถัดไปมาให้
ยังมีมหาวิทยาลัย เงินเดือน ตำแหน่ง บ้าน รถ และเงินในบัญชี
หนึ่งล้านมีสิบล้าน
ผลตอบแทน 10% มีคนได้ 20%
ยอด follower หนึ่งหมื่น ยังมีหนึ่งแสน
ตัวเลขเพิ่มต่อไปได้เรื่อยๆ แบบไม่มีจุดจบ
ในคณิตศาสตร์ เราเรียกสิ่งนั้นว่า infinity
ถ้าเราไม่เห็นตรงนี้ เราจะคิดว่าความพออยู่ข้างหน้าอีกนิดเดียวตลอดเวลา
ขอให้ได้ตัวเลขนี้ก่อน แล้วจะพัก
แต่พอไปถึง ตัวเลขใหม่ก็มารออยู่แล้ว
ส่วนเวลาที่เหลืออยู่ของเรามีแต่ลดลง
ผมทำให้เงินในบัญชีเพิ่มขึ้นได้
แต่ทำให้ลูกกลับไปเด็กเท่าเดิมไม่ได้
ผมทำให้ผลตอบแทนดีขึ้นได้
แต่ซื้อวันที่พ่อแม่ยังแข็งแรงกลับมาไม่ได้
ความทุกข์บางอย่างอาจเกิดจากการเอาชีวิตที่มีวันหมด
ไปแลกกับตัวเลขที่ไม่มีปลายทางให้ไปถึง
ระบบกำลังใช้เราอยู่หรือเปล่า
โรงเรียนต้องมีคะแนน
บริษัทต้องมี KPI
platform ต้องมี view และ engagement
อุปกรณ์สุขภาพต้องมี score
หลายระบบจำเป็นต้องวัด เพื่อจัดการสิ่งที่ซับซ้อน
แต่สิ่งที่วัดง่าย อาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา
ปัญหาเริ่มขึ้นตอนเราเอาตัวเลขที่ระบบใช้จัดการคนและงาน มาตัดสินความหมายของชีวิตตัวเอง
ถามว่าวันนี้ทำได้กี่ชิ้น แทนที่จะถามว่างานมีความหมายไหม
ถามว่าวิ่งได้เร็วแค่ไหน แทนที่จะถามว่าร่างกายรู้สึกยังไง
ถามว่ามีเงินมากกว่าคนอื่นหรือยัง แทนที่จะถามว่าเงินที่มี พอให้เราใช้ชีวิตที่อยากใช้หรือเปล่า
ตัวเลขที่ระบบสร้างขึ้น อาจค่อยๆ กลายเป็นเสียงในหัวเรา
แล้วสุดท้าย เราก็เร่งตัวเองและเปรียบเทียบกับคนอื่นต่อไป โดยไม่ต้องมีใครบังคับ
ตัวเลขที่เอาไว้สร้างตัวตน
หลายครั้งเราไม่ได้อยากได้แค่ตัวเลข
เราอยากได้ตัวตนที่มากับมัน
เกรดดี แปลว่าผมฉลาด
pace ดี แปลว่าผมมีวินัย
ผลตอบแทนสูง แปลว่าผมลงทุนเก่ง
เงินเยอะ แปลว่าผมประสบความสำเร็จ
ตัวเลขกลายเป็นหลักฐานที่เราใช้บอกตัวเองและคนอื่นว่า เราเป็นใคร
เรื่องนี้ไม่ได้ผิดเสมอไป
บางคนมีความสุขกับการทำลายสถิติเดิม และสิ่งนั้นอาจเป็น passion ที่ทำให้เขาอยากตื่นขึ้นมาทุกวันจริงๆ
แต่ผมอยากถามตัวเองว่า ถ้าตัวเลขลดลง คุณค่าของผมต้องลดลงตามมันด้วยไหม
ถ้าไม่มีใครเห็นตัวเลขนั้น ผมยังอยากทำสิ่งนี้อยู่หรือเปล่า
ตัวเลขไม่รู้สึกอะไร
แต่เมื่อเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกไว้กับมัน เราเป็นคนรับความรู้สึกทั้งหมด
วัดไปเพื่ออะไร
คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า ควรวัดหรือไม่ควรวัด
แต่คือ วัดไปเพื่ออะไร
ถ้าวัดการนอนแล้วช่วยให้ดูแลร่างกายดีขึ้น ตัวเลขนั้นก็มีประโยชน์
ถ้าวัด pace แล้วช่วยให้ฝึกอย่างปลอดภัย ก็ควรวัด
ถ้าดูเงินในบัญชีแล้วช่วยให้รู้ว่าเราดูแลครอบครัวและมีอิสระพอหรือยัง มันก็สำคัญ
แต่ถ้าวัดแล้วกังวลกว่าเดิม เปรียบเทียบกว่าเดิม หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่พอกว่าเดิม
เราอาจต้องหยุดถามว่า ตัวเลขเพิ่มขึ้นไหม
แล้วถามว่า ชีวิตดีขึ้นจริงหรือเปล่า
คนเราไม่เหมือนกัน
สิ่งที่คนส่วนใหญ่วัด จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบของชีวิตเรา
ผมยังดูยอดคนอ่าน รายได้ และผลตอบแทน
แต่ผมอยากวางตัวเลขไว้ในที่ของมัน
เอาไว้ดู
ไม่ใช่เอาไว้เป็น
เอาไว้ช่วยให้เราใช้ชีวิต
ไม่ใช่ใช้ชีวิตเพื่อเพิ่มมัน
เพราะตัวเลขไม่มีที่สิ้นสุด
แต่เวลาของผมมีขอบเขต
ก่อนจะวิ่งตามตัวเลขตัวถัดไป ผมอยากหยุดสักนิด แล้วถามตัวเองว่า
สิ่งที่กำลังวัดอยู่นี้ พาผมเข้าใกล้ชีวิตที่อยากใช้จริงๆ หรือเปล่า