krishdev

คิด

ให้มากกว่าที่เขาคิดว่าจะได้

ผมได้ยินคำว่า give and take มานาน แต่พอได้อ่านสรุปหนังสือของ Adam Grant แล้วมันกลับมาชนกับสิ่งที่กำลังทำอยู่พอดี โดยเฉพาะช่วงที่ทำ content และทำ Vibecoding Thailand

เมล็ดอ่าน 2 นาที

ผมได้ยินคำว่า give and take มานานแล้ว

เป็นคำที่ฟังเหมือนเข้าใจง่ายมาก

ให้ และ รับ

แต่วันนี้พอได้อ่านสรุปจากหนังสือ Give and Take ของ Adam Grant คำนี้กลับมาชนกับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่พอดี

น้ำพุของการให้ที่ผุดจากจุดเดียว โค้งออกไปไกลกว่าระดับที่ผู้รับคาดไว้
น้ำพุของการให้ที่ผุดจากจุดเดียว โค้งออกไปไกลกว่าระดับที่ผู้รับคาดไว้

ช่วงนี้ผมทำ content

ทำเว็บ vibecodingthailand.com

ทำ community

ทำหนังสือ

ทำหลายอย่างที่อยู่ระหว่างการให้กับการรับตลอดเวลา

บางช่วงผมรู้สึกว่าตัวเอง give เยอะมาก

ทำ content ฟรี

เขียนอธิบาย

แชร์สิ่งที่รู้

ทำให้คนเข้าใจ AI และ vibe coding มากขึ้น

แต่บางช่วงผมก็เห็นตัวเองอยาก take เหมือนกัน

อยากให้ content โต

อยากให้คนซื้อหนังสือ

อยากให้คนเชื่อใจ

อยากให้สิ่งที่ทำกลับมาเป็นรายได้

ตรงนี้ไม่ได้ผิด

business ต้องมีรายได้

งานที่ทำต่อเนื่องต้องมีอะไรกลับมาเลี้ยงมัน

แต่สิ่งที่ผมเริ่มเห็น คือถ้าเรารีบ take ก่อนที่เราจะ give ของดีพอ สุดท้ายคนจะจำเราในแบบนั้น

give ของเหลือ

ก่อนอ่านเรื่องนี้ ผมก็เริ่มรู้สึกขึ้นมาเองแล้วว่า มีการ give แบบหนึ่งที่อันตรายมาก

คือ give ของเหลือ

ทำ content ฟรีก็จริง

แต่ไม่ได้ใส่ใจคุณภาพ

ให้ AI generate มาเกือบทั้งหมด

อ่านผ่านๆ

โพสต์ออกไป

ข้างนอกดูเหมือนกำลังให้ value

แต่ข้างในจริงๆ เราอยากได้ traffic

อยากได้ lead

อยากได้ยอดขาย

อยากให้คนจำ brand

มันดูเหมือน give

แต่คนอ่านรู้สึกได้

เขาอาจไม่ได้พูดออกมา

แต่เขาจำได้ว่า content นี้ช่วยเขาจริงไหม

จำได้ว่าอ่านแล้วได้อะไรกลับไป

หรือแค่เจอของที่ถูกผลิตออกมาเพื่อพาเขาไปซื้ออะไรบางอย่าง

ถ้าเรา give แบบนี้ไปนานๆ ผมคิดว่าสุดท้ายเราจะ take ไม่ได้เลย

ไม่ใช่เพราะคนใจร้าย

แต่เพราะ trust มันไม่เกิด

ให้มากกว่าที่เขาคิดว่าจะได้

ประโยคที่ติดอยู่ในหัวผมตอนนี้คือ

ให้มากกว่าที่คนคิดว่าจะได้

ถ้าคนเข้ามาอ่าน content ฟรี แล้วเขาคิดว่าจะได้แค่โพสต์สั้นๆ แต่เขาได้ framework ที่เอาไปใช้ได้จริง

ถ้าคนเข้ามาอ่านบทความ แล้วเขาคิดว่าจะได้แค่ข่าว AI แต่เขาได้วิธีคิดที่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น

ถ้าคนซื้อหนังสือ แล้วเขาคิดว่าจะได้แค่ text แต่เขาได้ตัวอย่าง ได้ workflow ได้ video ได้สิ่งที่ช่วยลดความสับสนจริงๆ

ตรงนั้นคือ give ที่ผมอยากทำ

ไม่ใช่ give เพื่อดูดี

ไม่ใช่ give เพื่อสร้างภาพว่าเป็นคนใจดี

แต่ give เพราะถ้าจะให้แล้ว ก็ควรให้ของที่เรายังภูมิใจถ้ามองย้อนกลับมา

take ที่ตามมาทีหลัง

ผมเริ่มเชื่อมากขึ้นว่า take ที่ดีควรตามหลัง value

ไม่ใช่นำหน้า value

ถ้าเราทำของที่มีประโยชน์จริง สม่ำเสมอพอ และให้มากกว่าที่คนคาดไว้ บางอย่างจะกลับมาเองในรูปแบบที่เราคิดไม่ถึง

อาจเป็นคนที่เชื่อใจเรา

อาจเป็นคนที่กลับมาซื้อของเรา

อาจเป็นคนที่แนะนำงานเราให้คนอื่น

อาจเป็นโอกาสที่เกิดจาก trust ที่สะสมไว้

อาจไม่กลับมาทันที

อาจไม่กลับมาจากคนเดิม

อาจไม่กลับมาในรูปแบบเงินเสมอไป

แต่ผมคิดว่ามันมีบางอย่างสะสมอยู่

และสิ่งนั้นซื้อด้วย tactic ไม่ได้

สิ่งที่อยากจำไว้

ผมไม่ได้อยากเป็นคนที่ give จนตัวเองหมด

และไม่ได้อยากเป็นคนที่ take จนคนอื่นรู้สึกว่าโดนใช้

จุดที่ผมอยากอยู่ คือให้ของที่ดีจริงก่อน

ให้มากกว่าที่คนคิดว่าจะได้

ให้จน trust เริ่มเกิด

แล้วถ้าวันหนึ่งจะมีการ take กลับมาบ้าง มันก็ควรเป็น take ที่คนรู้สึกว่า fair

ไม่ใช่เพราะโดนหลอก

ไม่ใช่เพราะโดน funnel

แต่เพราะเขาเคยได้รับของดีจากเรามากพอ จนเขาอยาก support สิ่งที่เราทำต่อ

บางที business ที่ดีสำหรับผม อาจเริ่มจากตรงนี้

ให้ของที่ดีจริง

ให้มากกว่าที่เขาคาด

แล้วค่อยดูว่า สิ่งที่กลับมาจะเป็นอะไร